ว่าจะเขียนเรื่อง การเล่านิทานก่อนนอน ให้ลูกฟัง

แต่ก็ไม่ได้เขียนเสียที ได้เขียนวันนี้หล่ะค่ะ

ตอนแรก ก็ไม่นึกว่า จะต้องเล่ากันทุกคืน ก่อนจะนอน

ที่ไหนได้คะ ต้องเล่าเลยล่ะค่ะ เป็น 1  ในรายการที่จำต้องมี หรือ Must have กันเลยทีเดียว ก่อนการนอน ของสาวน้อย

นิทานที่เล่า ต้องเล่าอย่างต่ำประมาณ 2-3 เรื่อง จึงจะหลับ หรือ ถ้าคืนไหนที่หลับยากหน่อย ก็ประมาณ 5-6 เรื่องค่ะ

แล้วคุณผู้อ่านลองคิดดูนะคะ ว่าคร่าวๆ แล้ว 1 เดือน หรือ 1 ปี จะต้องเล่ากันกี่เรื่อง

บางเรื่องก็วนกลับมาเล่าใหม่ เมื่อเวลาผ่านไปซัก 4-5 วัน

สาวเจ้าจะจำได้ แล้วก็บอกว่า แม่ เรื่องนี้ ฟังแล้วนะ ไม่เอาแล้ว

เรื่องไหนเล่าผิด ไม่เหมือนที่เล่าวันก่อน ก็จะเตือนแม่เสมอ ว่าแม่ เล่าผิดนะ

อะไรประมาณนั้น

แล้วสารพัดเรื่องเล่า เอามาจากไหน

ผสมปนเป กันค่ะ 555 ก็ได้จากนิทานก่อนนอนของเด็ก ที่อ่านเอาจากหนังสือ หรือ ในเนต

รวมทั้งมีนิทานในหนังสือที่บ้านที่ซื้อไว้ ทั้งภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ

นิทานส่วนนึงมาจากคุณย่าที่เก็บไว้ให้ จากหลานๆ ที่โตแล้ว ก็เอามาให้น้อง

ถ้าวันไหน แม่ไม่อยากเล่านิทาน ต้องทำอย่างไร

ต้องหาวิธี convince ลูก ให้ขอให้คุณพ่อมาเล่าแทนค่ะ ซึ่งมักจะได้ผล

เพราะลูกชอบให้คุณพ่อ อ่านนิทานให้ฟัง อ่านนะคะ ไม่ใช่เล่า ^_^ ถ้าเล่านี่ต้องเมา เอ้ย เล่านี่ต้องแม่ ค่ะ

การเล่านิทาน ก่อนนอน ให้ลูกฟังนั้น

ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนเลยก็คือ ลูกจะมีพัฒนาการทางภาษาที่ดีกว่าเด็กในรุ่นราวคราวเดียวกัน

คำที่ใช้ จะแปลกกว่าเด็กคนอื่นๆ จนคุณยาย คุณตา ก็ชมว่า อือม์ ไปสรรหาคำพูดเหล่านี้มาจากไหน

ยิ่งเป็นเด็กใต้ด้วยแล้ว ส่วนมาก เค้าจะไม่ใช้คำแบบนั้นกัน แต่ลูกก็ใช้คำแปลกๆ เหล่านั้นได้

คุณตาถึงชมไงคะ

แต่ก็มีหลายคำ ที่จำมาจากละคร ไม่ดีเลยค่ะ

ตัวเองพยายามจะนั่งดูละครกับเค้าด้วย

และเลือกละครที่ดูนะคะ หลังข่าวนี่ไม่ค่อยได้ดู

แต่ละครก่อนข่าวภาคค่ำในบางช่อง ก็ไม่ไหวจริงๆ ค่ะ การใช้คำ ภาพที่ไม่เหมาะสม ในจะเรื่องของเสื้อผ้าของดารา นักแสดง

เรียกว่า ดูไป ก็ต้องอธิบายลูกไปตลอดเลยค่ะ

ครั้นจะไม่ให้ดูเลยเนี่ย ก็ไม่ได้อีก มันเหมือนไปปิดกั้นการเรียนรู็ของเค้า  ทั้งในเรื่องที่ืดี และ ไม่ดี

ดังนั้น คิดเสียว่า ไว้เอามาเป็นตัวอย่างว่าอันไหนดี อันไหนไม่ดี ก็แล้วกันค่ะ

ก็ต้องค่อยๆ สอนลูกไปค่ะ